Article of Thai Hypnosis.net
(Hypnosis)

การนอนหลับในระหว่างสะกดจิตบำบัด

การนอนหลับในระหว่างสะกดจิตบำบัด

ในระหว่างการสะกดจิตบำบัด(Hypnotherapy) ผู้รับการบำบัดมักอยู่สภาวะของการเข้าภวังค์และบ่อยครั้ง (เรียกว่าเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้) ผู้รับการบำบัดก็มักจะหลับลงในระหว่างการบำบัด ดังนั้นกระบวนการบำบัดแบบนี้จึงถูกเรียกกันว่า Hypnosis ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษากรีกคำว่า Hypnos ซึ่งหมายถึงการนอนหลับ

ในระหว่างการบำบัดด้วยวิธีการสะกดจิตบำบัด ผู้ให้การบำบัดจะพูดให้คำแนะนำต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนในที่สุดผู้เข้ารับการบำบัดซึ่งอยู่สภาวะผ่อนคลายและคล้อยตามก็หลับลงไป พอมาถึงตรงนี้แล้วก็มักมีคำถามอมตะตามว่าอยู่เสมอว่า

“เมื่อหลับลงแล้วเราจะได้ยินได้อย่างไร?”

“การสะกดจิตจะได้ผลได้อย่างไรหากเราหลับลง?”

สำหรับเรื่องนี้เราคงต้องย้อนกลับไปดูในหลักการพื้นฐานของการสะกดจิตบำบัด ในเรื่องที่ว่าโดยสาระสำคัญแล้วการสะกดจิตเป็นเรื่องของการเรียนรู้ (Learning) โดยในระหว่างที่ทำการบำบัด นอกจากถ้อยคำต่างๆ ที่นักสะกดจิตพูดออกไปเพื่อเป็นการให้คำแนะนำ (และเกิดกระบวนการเรียนรู้) นักสะกดจิตจะสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมบางประการขึ้นมา อธิเช่นการใช้น้ำเสียงแบบโมโนโทน (Monotone) บรรยากาศที่ผ่อนคลาย หรือลำดับเนื้อหาของคำแนะนำต่างๆ ที่ถูกออกแบบและจัดลำดับมาเป็นอย่างดี ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดภาวะที่เหมาะที่สุดที่จิตใต้สำนึก (Subconscious) ของผู้เข้ารับการบำบัดจะสามารถรับการเรียนรู้จากคำแนะนำเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด

ในสภาวะแวดล้อมที่นักสะกดจิตสร้างขึ้น สมองโดยเฉพาะส่วนของการรู้สำนึก (Conscious) ของผู้รับการบำบัดจะถูกกระตุ้นให้ลดการทำงานลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเข้าสู่ภาวะของการเข้าภวังค์ (หรืออาจจะไปถึงการนอนหลับลึก) เพื่อเปิดโอกาสให้จิตใต้สำนึกได้เกิดช่องทางการเรียนรู้ต่อคำแนะนำนั้นโดยตรงแทนที่จะติดอยู่เพียงแค่การเรียนรู้ด้วยจิตรู้สำนึก (เรียนรู้ด้วยเหตุผล สติปัญญา) ตามภาวะปรกติ

กลับมาที่คำถามเดิมของเราว่า “หลับแล้วจะได้ยินหรือเรียนรู้ได้อย่างไร?”

เรื่องนี้จะขอยกการทดลองของ Sid Kouider จาก the National Center for Scientific Research (or CNRS) ในปารีส ประเทศฝรั่งเศสมาเป็นตัวอย่างในการอธิบายครับ

โดย CNRS ได้ทำการตรวจวัดและบันทึกสัญญาณการตอบสนองของสมองในกลุ่มตัวอย่างการทดลองเมื่อสมองของกลุ่มตัวอย่างตอบสนองกับสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาได้ยิน เช่นเมื่อพูดถึงคำที่เป็นสิ่งของกลุ่มตัวอย่างก็จะกดปุ่มด้วยมือซ้าย แต่ถ้าเป็นชื่อของสัตว์ก็ให้กดปุ่มที่มือขวา โดยในระหว่างนี้ก็มีการบันทึกการทำงานตอบสนองของสมองด้วยเครื่อง EEGs เอาไว้โดยตลอด

จากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างไปนอนหลับครับ โดยในระหว่างที่กำลังนอนหลับนั้นก็มีการเปิดเสียงของรายชื่อสิ่งของและสัตว์ชนิดต่างๆ โดยในระหว่างนี้ก็มีการวัดการตอบสนองของคลื่นสมองไปด้วย ผลปรากฏว่าการตอบสนองของสมองยังคงเกิดขึ้นและดำเนินต่อไปในลักษณะเดียวกันกับที่เคยขึ้นตอนที่อยู่ในสภาวะตื่น ความแตกต่างกันระหว่างการตอบสนองคำที่เป็นสัตว์และสิ่งของยังเกิดขึ้นอย่างชัดเจน

รายงานการทดลองนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ Current Biology ในวันที่ 11 กันยายน ซึ่งสรุปออกว่าสมองของเรายังคงรับรู้ ตรวจสอบ และตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ จากโลกภายนอกที่มันกำลังรู้ได้แม้กระทั้งตอนที่หลับสนิท ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมากๆ หากเราจะพบว่าบ่อยครั้งเสียงเบาๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญบางอย่างจะสามารถปลุกคนให้ตื่นขึ้นได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเสียงธรรมดาๆ ทั่งไปแต่มีความดังมากกว่า

ผมมักจะบอกกับผู้รับการบำบัดสำหรับเรื่องการฟังในขณะการนอนหลับว่า ถึงแม้ว่าเราจะ “รู้สึก” ว่าเราหลับไปแล้ว แต่ความจริงแล้วระบบประสาทการได้ยินของเราไม่เคยได้หยุดทำงานเลย กระดูกทั่ง โกน ค้อน และแก้วหูของเราไม่เคยได้หยุดสั่นเลย พวกมันยังคงส่งข้อมูลไปยังสมองของเราเรื่อยๆ มีเพียงแต่การรู้สำนึกเท่านั้นที่จะรู้สำนึกหรือไม่ว่าเรากำลังได้ยินอะไร เมื่อเราเข้าภวังค์ที่ลึกมากพอ

เมื่อเรานอนหลับจิตสำนึกหยุดการทำงาน เราจึงไม่สามารถรู้สำนึกได้อีกต่อไปว่าเรากำลังได้ยินอะไร แต่หูของเรายังไม่หลับและจิตใต้สำนึกของเรามันก็ไม่เคยนอนหลับ การเรียนรู้ในระดับจิตใต้สำนึกจึงยังคงดำเนินต่อไปตามแรงโมเมนตั้มการเรียนรู้ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่นักสะกดจิตสร้างขึ้นตั้งแต่ในขณะที่ผู้รับการบัดยังอยู่ในภาวะปรกติ(คือยังไม่หลับ)

ซึ่งการเรียนรู้ที่กระโดดข้ามจิตรู้สำนึกไปหาจิตใต้สำนึกโดยตรงนี้ คือทั้งหมดที่กระบวนการสะกดจิตบำบัดต้องการครับ

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP