Article of Thai Hypnosis.net
(Hypnosis)

โอกาสทองของจิตใต้สำนึก

โอกาสทองของจิตใต้สำนึก

สำหรับนักสะกดจิตแล้ว เราทราบกันดีว่าหัวใจที่สำคัญที่สุดของการสะกดจิตก็คือคำว่า “ผ่อนคลาย” มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถทำการสะกดจิตหรือบรรจุข้อมูลใดๆเข้าไปในจิตใต้สำนึกของใครซักคน ถ้าเราไม่ได้ทำให้คนๆ นั้นเกิดสภาวะที่ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจเสียก่อน

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นทราบหรือไม่ครับ?

เหตุผลของมันนั้นเราจะต้องมาทำความรู้จักกับการทำงานของสมองของเรากันก่อน โดยเราจะแบ่งระดับการทำงานของสมองของเราด้วยระดับความถี่ของคลื่นสมอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเราจะแบ่งคลื่นการทำงานของสมองเราออกเป็น 4 ระดับ โดยเริ่มจาก เดลต้า อัลฟ่า เธต้า และเดลต้า


สำหรับการสะกดจิตนั้นจะอาศัยช่วงจังหวะที่สมองของผู้รับการสะกดจิตอยู่ในระดับความถี่ตั้งแต่อัลฟ่าขึ้นไป (โดยทั่วไปก็วนเวียนอยู่ในระดับอัลฟ่านี่แหละ) ทั้งนี้ก็เพราะว่าการทำงานในระดับนี้สมองจะทำงานน้อยลง ในแง่ของสมองส่วน Output นั้นมันจะจะช่วยให้ความคิดความอ่านของเราสุขุมแหลมคมขึ้น ในขณะที่สมองส่วน Input นั้นการทำงานงานในส่วนของตัวคัดกรองของจิตสำนึกทำงานน้อยลง สภาวะนี้เราเรียกว่า “สภาวะจิตใต้สำนึกเปิดรับข้อมูล” ซึ่งมันเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการสะกดจิตของเรา

ปัญหาก็คือเราจะทำให้ให้สมองของผู้รับเข้าสู่สภาวะอัลฟ่าได้อย่างไร?

คำตอบนี้อยู่ที่ว่าในสภาวะแบบใดที่สมองของเราจะอยู่ในสภาวะอัลฟ่า

เราพบว่ารูปแบบของคลื่นอัลฟ่านี้จะปรากฏขึ้นก็เมื่อเราอยู่ในช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย (กล้ามเนื้อส่วนต่างๆผ่อนคลาย)นอกจากนี้ก็ยังปรากฏในช่วงเวลาที่เราง่วงนอน ก่อนหลับหรือหลับใหม่ๆ เวลาทำเราอะไรเพลินๆ จนลืมสิ่งรอบตัว ช่วงเวลาที่เรามีความสบายใจ ช่วงเวลาที่เราอ่านหนังสือหรือจดจ่อกับกิจกรรมใด ๆ อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง รวมถึงการเข้าสมาธิในระดับภวังค์ที่ไม่ลึกมากด้วย

นั่นหมายความว่าถ้าคุณอยากจะให้คำแนะนำบางไปยังจิตใต้สำนึกของใครสักคนล่ะก็ ช่วงเวลาเหล่านี้ถือว่าเป็นนาทีทองเลยทีเดียว ยิ่งถ้ามีการฝึกใช้โทนเสียงโมโนโทน และการใช้เทคนิคเสริมความไว้ใจอย่างพวกเทคนิคกระจกเงา (Mirror) อย่างชำนานแล้วล่ะก็ ผลของมันก็จะยิ่งน่าประทับใจ

สำหรับการสะกดจิตแบบสไตล์ดั้งเดิม (Old School Style Hypnosis) นั้น เราจะอาศัยคำพูดชักนำโน้มน้าวให้ผู้รับการสะกดจิตเกิดการผ่อนคลายโดยตรงเลย เช่นนับ 20 ไปถึง 1 แล้วให้ร่างกายแต่ละส่วนผ่อนคลายอย่างเป็นระบบ โดยอาจจะใช้การจินตนาการถึงบางอย่าง (เช่นเดินลงบันได เปิดบานประตู หรือนอนเล่นในเปลญวณ) ประกอบไปด้วย
วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอนเพราะใช้กันมาตั้งเป็นร้อยปีก็ได้ผลดีมาโดยตลอด

แต่ปัญหาของมันก็คือความมากด้วยพิธีรีตรองของมันนั่นเอง

คือกว่าจะให้ผ่อนคลายจนครบกระบวนการได้เสียเวลานานพอสมควรทีเดียว อีกทั้งสภาพแวดล้อมรอบๆก็ต้องเป็นใจอีกด้วย แต่สำหรับการสะกดจิตสมัยใหม่ (Modern Style Hypnosis) นั้นต่างออกไป

เนื่องจากสภาพแวดล้อมและเวลาอาจจะไม่อำนวย ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเทคนิคการสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้รับการสะกดจิตที่รวบรัดรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เช่นการใช้คำพูดชวนคุยให้เกิดความผ่อนคลายอย่างไม่รู้ตัว การใช่ถ้อยคำที่เป็นคำสั่งชัดเจน เทคนิคการใช้ภาษากาย รวบไปถึงกลวิธีทางจิตวิทยาต่างๆอีกหลายวิธีการ นี่ก็เพื่อสร้างเงื่อนไขบังคับให้ผู้รับการสะกดจิตสามารถเกิดสภาวะความผ่อนคลายโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดเทคนิคการสะจิตอย่างรวดเร็ว (Rapid Hypnosis) ซึ่งอาศัยเวลา ในการสะกดจิตเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

ในชีวิตประจำวันนั้นมันก็เหมือนกับการสะกดจิตสมัยใหม่ครับ ในเมื่อเราไม่สามารถสร้างความผ่อนคลายโดยตรงอย่างมีขั้นตอนและพิธีรีตรองที่สมบูรณ์ได้เหมือนอย่างสไตล์ดั้งเดิมเขาทำกัน (ผมคิดว่าไม่น่าจะมีคู่เจรจาทางธุรกิจของเราคนไหนยอมให้เรามานั่งสะกดจิตก่อนการเจรจาหรอกนะ) เราก็ต้องสร้างเงื่อนไขบางอย่างขึ้นมาเพื่อทำให้เกิดสภาวะความผ่อนคลายโดยอัตโนมัติแทน

ดังนั้นสำหรับการประชุมหรือการเจรจาธุรกิจครั้งหน้า ลองสร้างสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อคลื่นสมองอัลฟ่าขึ้นมาลองปรับบรรยากาศให้มันดูผ่อนคลายมากขึ้น อย่าไปตั้งพิธีรีตรองให้มันตึงเกินไปนัก เปิดเพลงบรรเลงเบาๆ หรือเสียงธรรมชาติที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย (เดี๋ยวนี้มีขายเยอะแยะ โหลดฟรีในอินเทอร์เน็ตก็ยังมีมากมาย) หรือจะลองเล่าเรื่องตลกๆ เรื่องไร้สาระสักเล็กน้อยก่อนการเจรจาจริงจะเริ่มขึ้นก็ได้

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เขาเปิดโอกาสรับฟังเราได้มากและง่ายยิ่งขึ้น หรือจะลองหาโอกาศนัดคู่เจรจาธุรกิจไปออกกำลังกายเบาๆ ที่สโมสรออกกำลังกาย ไปงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆ ที่เป็นกันเอง หรือไปสปาผ่อนคลายความเครียดบ้างก็ได้ อย่าลืมว่าในช่วงเวลาที่แสนสบายอย่างนี้ … ยิงอะไรเข้าไปก็โดนทั้งนั้นครับ

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP