Article of Thai Hypnosis.net
(Learning NLP)

Learning NLP

LEARNING NLP ตอนที่ 6
“MODALITY/SUBMODALITY”

ได้เคยกล่าวเอาไว้แล้วว่าภาษาระบบประสาทหรือภาษาของสมองนั้นประกอบไปด้วยรูปแบบของข้อมูล 5 ประเภทด้วยกัน

คือข้อมูลที่เป็นภาพ เสียง กลิ่น รส และสัมผัส

เมื่อสมองรับรู้ข้อมูลไม่ว่าจะด้วยประสบการณ์ใดๆ ก็ตาม มันจะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลที่อยู่เกินไปจาก 5 รูปแบบนี้ไปได้เลย

ข้อมูลทั้ง 5 ประเภทนี้นัก NLP จะเรียกมันว่า “Modality” หรือจะจำกันง่ายๆ ว่า “รูปแบบของข้อมูล” ก็ได้ ซึ่งจะประกอบไปด้วย

– ข้อมูลภาพ เรียกว่า Visual
– ข้อมูลเสียง เรียกว่า Auditory
– ข้อมูลความรู้สึกสัมผัส เรียกว่า Kinesthetic
– ข้อมูลกลิ่น เรียกว่า Olfactory
– ข้อมูลรสชาติ เรียกว่า Gustatory

NLP ถือว่า Modality เป็นสารตั้งต้นของตัวตนบุคคล การที่ใครจะมีพฤติกรรมหรือมีบุคลิกภาพแบบไหนก็ย่อมขึ้นอยู่กับว่าพวกเขากำลังได้รับรู้ Modality อะไรกันบ้าง

นอกจาก Modality แล้วก็ยังมีส่วนที่แยกย่อยลงไปอีก เรียกว่า Sub-Modality ซึ่งหมายถึง “ส่วนขยายความหมายของข้อมูล”

ยกตัวอย่างเช่น สมมุติว่า “เรากำลังเห็นนกอีกาตัวใหญ่”

การที่สมองกำลังมองเห็นว่ามี “นกอีกา” อยู่ตรงนั้น คือสมองกำลังได้รับข้อมูลที่เป็น Modality แบบ Visual ส่วนรายละเอียดที่ว่า “ตัวใหญ่” ก็คือ Sub-Modality ที่กำลังเข้ามาขยายความหมายของ Modality หลักอีกที (ซึ่งในที่นี้ก็คืออีกานั่นเอง)

หรือหากยกตัวอย่างที่ซับซ้อนกว่านั้น เช่นว่า “เรากำลังกินมะเขือเทศผลโต และมีรสชาติแย่มาก”

ก็จะถอดความออกมาเป็นภาษาสมองได้ว่าขณะนั้นสมองกำลังรับรู้ข้อมูลว่ากำลังกินมะเขือเทศอยู่ซึ่งมาจาก Modality แบบ Visual (คือมองเห็นว่านั่นคือมะเขือเทศ) และ Modality แบบ Gustatory (คือรู้รสชาติว่ากำลังกินมะเขือเทศ)

โดย Modality แบบ Visual จะมี Sub-Modality ขยายความต่อไปว่า “ผลโต” (เพราะมองเห็นและจำได้ว่ามันมีขนาดใหญ่กว่ามะเขือเทศผลอื่นที่เคยเห็นโดยทั่วไป) ส่วน Modality แบบ Gustatory จะมี Sub-Modality ขยายความต่อไปว่า “รสชาติแย่”

Sub-Modality จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเหมือนทางแยกที่แตกออกจากทางใหญ่ (Modality) อีกที

การที่คนเราได้รับขู้มูลอย่างเดียวกันแต่กับตอบสนองด้วยพฤติกรรมที่แตกต่างกัน เหตุผลสำคญก็คือความแตกต่างกันของ Sub-Modality นี่แหละ

เช่นคนกินมะเขือเทศ (Modality แบบ Gustatory) เหมือนกัน แต่คนหนึ่งกินแล้วมีความสุข (อร่อย) ส่วนอีกคนกินแล้วเป็นทุกข์ (ไม่อร่อย) ก็เพราะการมี Sub-Modality (อร่อยและไม่อร่อย) ที่มีความแตกต่างกันนี่แหละ

เรื่องของ Modality และ Sub-Modality นี้บางคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องทางวิชาการที่ค่อนข้างยุ่งยากและดูเหมือนจะมีความน่าเบื่ออยู่มาก แต่อย่างไรก็ตาม Modality และ Sub-Modality ถือว่าเป็นความรู้พื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิชา NLP

เพราะบรรดาเทคนิคทั้งหลายของ NLP ที่เราจะได้ศึกษากันต่อไปในภายภาคหน้า ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องอ้างอิงความเข้าใจพื้นฐานมาจากเรื่อง Modality และ Sub-Modality นี้ทั้งสิ้น

การฝึกที่จะควบคุม Modality และ Sub-Modality เพื่อเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์การตอบสนองของระบบประสาท เป็นพื้นฐานที่สำคัญของวิชา NLP

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP