Article of Thai Hypnosis.net
(NLP)

รูปแบบของความผิดเพี้ยน (META MODEL)

รูปแบบของความผิดเพี้ยน (META MODEL)

เมื่อเราลงลึกลงไปถึงรูปแบบของถ้อยคำต่างๆ อันจะสามารถเชื่อมโยงกลับไปสู่กระบวนการ “สรุป” “ตัดทอน” และ “บิดเบือน” ที่ไม่สร้างสรรค์ (ซึ่งเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญของ Meta Model ใน NLP) ในที่สุดนัก NLP ก็สามารถจำแนกแยกย่อยลักษณะของถ้อยคำต่างๆ ออกมาได้ดังต่อไปนี้

กลุ่มคำที่แสดงถึงกระบวนการตัดทอน (Deleted) ที่ไม่สร้างสรรค์ ประกอบไปด้วย

• Unspecified Noun คือคำนามที่ไม่ระบุรายละเอียด เช่น “ฝรั่งเห็นแก่ตัว” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุรายละเอียดของคำนามที่กล่าวถึง” เช่น “ฝรั่งทุกคนเห็นแก่ตัว?”

• Unspecified Verb คำกริยาที่ไม่ระบุรายละเอียด เช่น “ฉันไม่ชอบออกกำลังกาย”สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุรายละเอียดของคำกริยาที่กล่าวถึง” เช่น “ไม่ชอบออกกำลังกายทุกอย่างเลยเหรอ?”

• Comparison การเปรียบเทียบที่ไม่ชัดเจน เช่น “คนอื่นทำงานนี้ได้ดีกว่าผม” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุรายละเอียดของสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ” เช่น “คนอื่นนี่คือใคร?”

• Judgment การด่วนตัดสิน เช่น “ฉันโง่เอง” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าใครเป็นคนตัดสิน” เช่น “มีอะไรบ่งบอกว่าคุณโง่?”

• Nominalization คำกริยาถูกใช้เป็นคำนาม เช่น “ทำงานแต่เช้าแล้วรู้สึกแย่” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุรายละเอียดของกริยาที่ถูกเอ่ยถึงในลักษณะของคำนาม” เช่น “ใครมาทำงานแต่เช้า มาแต่เช้านี่คือมากี่โมง?”


กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มคำที่แสดงถึงกระบวนการบิดเบือนผิดเพี้ยน (Distorted) ที่ไม่สร้างสรรค์ ประกอบไปด้วย

• Complex Equivalence การเชื่อโยงสองประโยคที่ดูคล้ายกัน (แต่ไม่เหมือนกัน) เช่น “ทำตาปรือแบบนี้ง่วงนอนซินะ ” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าทำไมสองสิ่งนี้จึงเหมือนกัน” เช่น “ทำไมคุณจึงคิดว่าตาปรือหมายถึงง่วงนอน?”

• Presupposition การทึกทักสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เช่น “ปีนี้ไม่น้ำหรอก” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่ารู้ล่วงหน้าได้อย่างไร” เช่น “รู้ได้ยังไงว่าน้ำไม่ท่วม?”

• Cause and Effect การใช้เหตุและผลเป็นข้ออ้าง เช่น “งานที่ฉันทำไม่ดีเพราะเด็กข้างบ้านเอาแต่ร้อง” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าทำไมสิ่งนี้จึงทำให้เกิดสิ่งนั้น” เช่น “ทำไมเด็กข้างบ้านจึงทำให้คุณทำงานได้ไม่ดี ถ้าเด็กไม่ร้องแล้วงานของคุณจะดีแน่นอน?”

• Mind Reading การละเมิดอ่านใจคนอื่น เช่น “พวกคุณมันพวกนิยมเผด็จการชัดๆ” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่าเขารู้สึกหรือคิดแบบนั้น” เช่น “คุณรู้ได้ยังไงว่าเขานิยมเผด็จการ เขาเคยบอกคุณเหรอ?”

และกลุ่มคำสุดท้ายเป็นกลุ่มคำที่แสดงถึงกระบวนการสรุป (Generalize) ที่ไม่สร้างสรรค์ ประกอบไปด้วย

• Modal Operator of Possibility การระบุความเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ล่วงหน้า เช่น “เขาไม่สามารถทำงานนี้ได้หรอก” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าทำไมจึงเป็นแบบนั้นหรือไม่เป็นแบบนั้น และถ้าเป็นหรือไม่เป็นอย่างนั้นขึ้นมาจะเป็นอย่างไร” เช่น “รู้ได้อย่างไรว่าเขาทำไม่ได้ แล้วถ้าเขาเกิดทำได้ขึ้นมาล่ะ?”

• Modal Operator of Necessity การระบุความตายตัว (จะต้องแบบนี้เท่านั้น) ล่วงหน้า เช่น “ผมจะไม่มีวันพูดกับเขาอีก” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุว่าทำไมจึงต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น และถ้าหากมันไม่เป็นอย่างนี้อะไรจะเกิดขึ้น” เช่น “อะไรที่เป็นตัวกำหนดให้คุณไม่สามารถพูดกับเขาได้อีก ถ้าหากเขาพูดกับคุณหรือคุณพูดกับเขาอะไรจะเกิดขึ้น”

• Universal Quantifier ตัวเลขหรือปริมาณที่ไม่ชัดเจน เช่น “ต้นทุนมันสูงมาก” สำหรับคำถามสำหรับการแก้ไขก็คือ “โปรดระบุเวลา ตัวเลข หรือปริมาณที่ชัดเจน” เช่น “ต้นทุนสูงนี่คือเท่าไหร่?”

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP