Article of Thai Hypnosis.net
(NLP)

การอ่านใจ (MIND READING)

การอ่านใจ (MIND READING)

ว่ากันโดยหลักการ (ของ NLP) แล้ว เราจะสามารถอ่านใจ (Mind Reading) คนอื่นได้

“ก็ต่อเมื่อเราสามารถประเมินได้ว่าคนอื่นคิดอะไรกับสิ่งที่เราเป็นอยู่ในขณะนั้น”

เรื่องนี้พูดเหมือนง่าย

แต่ความจริงเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเรานั้นมีแนวโน้มจะคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอ

เช่นถ้าเราจะทดลองมอบหมายงานง่ายๆ ใครซักคนทำแล้วให้ค่าตอบแทนเขาสูงมากๆ หน่อย เช่นใช้ให้เดินไปซื้อชาดำเย็นซักถุงนึงจากร้านใกล้ๆ แล้วก็ให้ค่าจ้างเดินไปซื้อเป็นเงิน 200 บาท จากนั้นก็ถามเขาว่า “คุณคิดว่าเงินจำนวนนี้เป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่?”

เชื่อเถอะว่าคนส่วนใหญ่จะตอบว่า “เหมาะสมดีแล้ว” น้อยคนมากที่จะตอบว่า “มันมากเกินไปสำหรับงานแค่นี้”

การทดลองทำนองแบบนี้ความจริงไม่ต้องไปเสียเวลาทำหรอก เพราะได้เคยมีนักพฤติกรรมศาสตร์ทดลองกันมานักต่อนักแล้ว และผลที่ได้ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
คือ “คนเรานั้นมีแนวโน้มจะคิดเข้าข้างตัวเองหรือให้ราคากับตัวเองสูงเกินความเป็นจริงอยู่เสมอ”

ไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ก็ตาม มันมีโอกาสสูงทีเดียวที่เราจะรู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่ในขณะนั้นมันก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว โอเคแล้ว เหมาะสมดีแล้ว หรือไม่เห็นมีอะไรเสียหายตรงไหนเลย
NLP อธิบายยิ่งมีความคิดหรือความรู้สึกนี้ทำนองนี้เท่าไหร่ มิติการรับรู้ของเรามันก็จะยิ่งหดแคบเข้าเรื่อยๆ
(หรืออาจจะจะบอกว่ากำลังเห็นแก่ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็ได้ แต่โดยเจตนาแล้วผมไม่ได้ต้องการให้มีความหมายรุนแรงถึงขนาดนั้น)

จนในที่สุด มิติการรับรู้มันก็จะหดแคยเสียจนเราไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าในที่สุดแล้วคนอื่นๆ เขาคิดหรือรู้สึกอะไรกับเรา?

เมื่อเป็นดังนั้นแล้วมันจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมเราจึงไม่สามารถเข้าใจคนอื่นได้ และมันก็คงไม่ดีแน่ๆ กับการสื่อสารหรือสนทนาที่เราไม่สามารถเข้าใจคนอื่นได้นอกจากตัวเราเอง
คุณยังจำทฤษฎี “กระจกเงา” ได้ไหม?

ที่บอกว่าคนที่อยู่รอบตัวเราแท้จริงแล้วคือภาพสะท้อนจากตัวของเราเอง เราเป็นอย่างไรนั่งคือเหตุผลที่ทำให้คนรอบๆ ตัวของเราเป็นอย่างนั้น
ดังนั้นลองถ้าเราไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้แล้วล่ะก็ ก็อย่าแปลกใจไปเลยหากเราจะรู้สึกว่า “ทำไมจึงไม่มีใครเข้าฉันเลย?”

ดังนั้นแล้ว มันจึงการดีอย่างยิ่งหากเราเรียนรู้ที่จะฝึกถอดหัวโขนหรือละอัตตาความเป็นตัวของเราเองลงเสียบ้าง

ลองฝึกที่จะพิจารนาตัวเอง ฝึกที่จะออกนอกกรอบของคำว่า “ตัวเอง” แล้วถอยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองอย่างตรงไปตรงมา (ผมย้ำว่าตรงไปตรงมานะ ไม่ใช่ตั้งหน้าตั้งตาชมหรือตำหนิเพียงอย่างเดียว ไม่อย่านั้นมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก)

สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งหากเราต้องการที่จะเข้าใจคนอื่นให้มากยิ่งขึ้น
รวมไปถึงการทำให้คนอื่นเข้าใจเรามากยึ่งขึ้นด้วย

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP