Article of Thai Hypnosis.net
(NLP)

"Flow" เหตุผลของความเพลิดเพลิน

คุณเคยรู้สึกทำอะไรสักอย่างนึงแล้วมันไหลไปเรื่อยๆ ทำไปเพลินๆ เสียจนเผลอแป๊บเดียวเวลาก็ผ่านไปแล้ว 2-3 ชั่วโมงหรือเปล่า?
.
ลักษณะพฤติกรรมที่เราทำบางสิ่งไปได้อย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลาแบบนี้ นักพฤติกรรมศาสตร์เรียกมันว่าสภาวะ “Flow” (Flow Stage) ที่แปลกันตรงตัวได้ว่า “ไหล” นั่นแหละ
.
การเกิดขึ้นของสภาวะ Flow ที่ว่านี้เกิดขึ้นจากอัตราส่วนที่เหมาะสมลงตัวกันระหว่าง “ความสามารถที่มี” ต่อ “ความท้าทายของกิจกรรม” (Capability : Challenge)
.
อธิบายง่ายๆคือคนเรานั้นทำอะไรง่ายเกินไปก็เบื่อ แต่ถ้าไปทำในสิ่งที่ยากเกินความสามารถก็จะรู้สึกเข็ดขยาดไม่อยากทำอีก
.
ดังนั้นสิ่งที่ทำจะต้องมีความยากพอดีๆ กับความสามารถที่มีจึงจะสามารถเกิดสภาวะ Flow (เพลิดเพลิน) ขึ้นมาได้
.
...จิตมนุษย์นี้ช่างเอาใจยากจริงหนอ
.
เราได้ประโยชน์อะไรจากทฤษฎีของสภาวะ Flow ที่ว่ามานี้?
.
คำตอบก็คือเมื่อเรา (หรือใครก็ตาม) ทำกิจกรรมใดก็ตาม ความจริงแล้วเราสามารถสร้างสภาวะ Flow ขึ้นมาได้โดยอาศัยการปรับแต่งอัตราส่วนทั้งสอง
.
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากทำได้ (คือสร้าง Flow Stage ขึ้นมาได้) ผลของกิจกรรมนั้นจะยอดเยี่ยมดีมากยิ่งขึ้นกว่าเก่าก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย
.
เพราะในสภาวะ Flow นั้นนอกจากจะเพลิดเพลินเสียจนลืมความขี้เกียจไปได้เป็นปลิดทิ้งแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากการลงมือทำในช่วงเวลาที่เกิด Flow นี้ก็มีแนวโน้มที่จะดีกว่าช่วงเวลาอื่นอย่างชัดเจน
.
ในกรณีของความรู้สึกที่ว่าสิ่งที่ทำมันง่ายเกินไป ข้อนี้ไม่ยุ่งยากอะไรเพียงแค่เพิ่มเงื่อนไขเรื่อง เวลา ปริมาณ หรือความเลอเลิศของผลลัพธ์เข้าไป เพียงแค่นี้ความ Challenge ก็เพิ่มได้มากขึ้นอีกอักโขแล้ว
.
หรืออาจจะลองใช้วิธีเพิ่ม “คุณค่าภายในใจ” (Value) ต่องานที่กำลังลงมือทำอยู่ก็เป็นวิธีการที่ดีเช่นเดียวกัน (นัก NLP ชอบใช้วิธีการนี้) เช่นมองว่างานที่ทำนี้ไม่ใช่งานธรรมดาสามัญแต่เป็นงานสำคัญระดับซูปเปอร์ฮีโร่กู้ชาติกู้โลกอะไรแบบนั้น
.
ส่วนความรู้สึกที่ว่าสิ่งที่ทำมันยากเกินไปนั้น ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเราอาจจะลดความยากของกิจกรรมน้อยลงมาไม่ได้ (ถ้าทำได้ก็ทำไปแล้ว)
.
แต่สิ่งที่เราทำได้ก็คือการเพิ่ม “ตัวช่วย” (Options) ในการทำงานให้พอจะมีความง่ายได้มากยิ่งขึ้นเท่าที่จะสามารถทำได้
.
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องไม้เครื่องมืออำนวยความสะดวก บรรยากาศแวดล้อมในการทำงานที่เหมาะสม แบ่งงานที่ทำออกเป็นส่วนเล็กๆ แล้วจัดการไปทีละส่วน (ตามทฤษฎีกินกบ) การหาผู้ช่วยหรือทำงานกันเป็นทีม หรือแม้แต่การให้เวลากับการพักผ่อนที่เต็มที่มากยิ่งขึ้น (นักมวยต่อยมวยโดยที่ไม่พักยกเลยไม่ได้หรอกครับ ยิ่งมีเวลาพักยกนานเท่าไหร่ยิ่งมีแรงตะบันหน้าคู่ต่อสู้ได้มากขึ้นเท่านั้น)
.
อัตราส่วนระหว่างความสามารถและความท้าทายที่ทำให้เกิดสภาวะ Flow นี้ไม่ได้มีเป็นสูตรที่ตายตัว
.
ดังนั้นแต่ละคนก็จะต้องพิจารณาหาจุดที่เหมาะสมกันเอาเอง ว่าจุด Flow ของตัวของเราหรือลูกทีมของเรา มันน่าจะเกิดด้วยอัตราส่วนขนาดไหน
.
Coach ที่เก่งหรือผู้นำที่มีความสามารถจะเก่งในเรื่องนี้
.
หากต้องการผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น การปรับแต่งอัตตาส่วนเพื่อสร้าง Flow ขึ้นมาเป็นสิ่งสำคัญมาก

 


คลิกเพื่อกลับไปยังหน้าแรก

www.thaihypnosis.net

ศูนย์การให้คำปรึกษาและการสะกดจิตด้วยเทคนิค NLP